ข่าวสารและกิจกรรมบ้านลภาวัน

อาชีพมีผล! กู้สินเชื่อบ้านทั้งทีมาดูว่าธนาคารไหนดีกับอาชีพเรา

June 13, 2560

เมื่อต้องการจะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะกำลังมองหาคอนโด หรือ ตัดสินใจซื้อบ้านสักหลัง ล้วนต้องใช้เงินก้อนใหญ่ทั้งนั้น น้อยคนที่จะมีเงินสดพร้อมจ่ายค่าบ้านที่สูงปรี๊ดหลักหลายล้านบาท ส่วนใหญ่แล้วต้องยื่นขอกู้สินเชื่อบ้านจากธนาคาร ซึ่งการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารเราจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติหลายประการว่ามีความสามารถในการผ่อนชำระหรือไม่


แน่นอนว่าคุณสมบัติส่วนใหญ่ย่อมเป็นการตรวจสอบรายได้ รายจ่าย หนี้สิน และโอกาสในการสร้างหนี้สินในอนาคต (บัตรเครดิต) เพื่อวัดความสามารถในการชำระค่าผ่อนบ้าน ต่อมาคือการตรวจเครดิตบูโรย้อนหลัง 3 ปีว่าเคยมีประวัติการผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ เพื่อความมั่นใจว่าผู้ขอกู้มีวินัยทางการเงิน


แต่สิ่งสำคัญอีกส่วนในการพิจารณาของธนาคาร คือเรื่อง “อาชีพของผู้กู้” เพราะอาชีพจะบ่งบอกความมั่นคงสม่ำเสมอของแหล่งรายได้ ถ้าหากมีความมั่นคงต่ำความเสี่ยงสูง แบงก์อาจพิจารณาว่า แม้วันนี้มีรายได้ที่ดีแต่อนาคตที่ไม่แน่นอนอาจทำให้การผ่อนบ้านที่ต้องผ่อนเนิ่นนานนับ 10-30 ปีเกิดปัญหาได้

โอกาสของ 4 กลุ่มอาชีพในการกู้สินเชื่อบ้าน

1.ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

ยินดีด้วย คุณคือคนที่ธนาคารต้องการ เนื่องจากหน่วยงานราชการเป็นต้นสังกัดที่มีความมั่นคงสูง และโอกาสที่จะถูกปลดจากการเป็นข้าราชการมีค่อนข้างน้อย ซึ่งจะทำให้การผ่อนชำระมั่นคงเช่นกัน โอกาสกู้ผ่านจึงมีสูง
นอกจากนี้ กลุ่มข้าราชการมักจะได้รับแพ็คเกจสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษที่ถูกกว่าอาชีพอื่นจากธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้แพ็คเกจสำหรับลูกค้ากลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก (หน่วยงานของรัฐ) ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.50% และปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% เปรียบเทียบกับแพ็คเกจสำหรับลูกค้าทั่วไป จะได้รับอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.50% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.75% และปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50%

ดังนั้น ข้าราชการไม่ควรลืมที่จะศึกษาแพ็คเกจจากธนาคารรัฐอย่าง ธอส. ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ข้าราชการมีบ้านได้ง่ายขึ้น
[หมายเหตุ: ลูกค้ากลุ่มสวัสดิการ หมายถึง ผู้กู้เป็นพนักงานของหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มีการทำสัญญายินยอมหักเงินงวดผ่อนชำระสินเชื่อบ้านออกจากบัญชีเงินเดือนพนักงานส่งให้กับธนาคารโดยตรง]

2.พนักงานเอกชนมีรายได้ประจำ

พนักงานเอกชนมีรายได้ประจำเป็นอีกกลุ่มที่ธนาคารมองว่ามีความเสี่ยงต่ำในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้าน เพราะแม้มีโอกาสบ้างที่พนักงานเอกชนจะถูกลดเงินเดือน ถูกให้ออก หรือบริษัทปิดตัวลง แต่พนักงานมักจะไม่มีหนี้สินจากการทำธุรกิจ ทำให้ความเสี่ยงต่ำและโอกาสได้รับอนุมัติเงินกู้มีสูงเช่นกัน โดยพนักงานเอกชนสามารถมองหาแพ็คเกจสินเชื่อได้จากทุกธนาคารและทดลองเปรียบเทียบความคุ้มค่า
ในบางองค์กรเอกชนยังมีสัญญาเป็นลูกค้ากลุ่มสวัสดิการด้วย ซึ่งจะทำให้พนักงานได้รับดอกเบี้ยที่ดีกว่าลูกค้าทั่วไป ตัวอย่างธนาคารเดิมคือ ธอส. ในกรณีเป็นลูกค้ากลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก (ธุรกิจเอกชน) จะจ่ายดอกเบี้ยปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.25% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.50% และปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00%

นอกจาก ธอส. แล้ว ยังมีธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีข้อตกลงกับองค์กรเอกชนบางแห่งในลักษณะลูกค้าสวัสดิการ และองค์กรต้นสังกัดเหล่านั้นยังช่วยจ่ายดอกเบี้ยบางส่วนให้กับพนักงานอีกด้วย อาทิ เชฟรอน ฤทธา เอสซีจี ไอบีเอ็ม ซัมซุง แสนสิริ สหพัฒนพิบูล ฯลฯ ดังนั้นโปรดตรวจสอบองค์กรที่ท่านสังกัดก่อนว่ามีสิทธิสวัสดิการพนักงานในการกู้ซื้อบ้านหรือไม่

3.อาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์)

ไม่ว่าจะเป็นค้าขายขนาดเล็ก เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว แผงขายของตลาดนัด ขายของออนไลน์ ไปจนถึงอาชีพรับจ้าง/ฟรีแลนซ์ ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดที่จะไม่ได้รับอนุมัติกู้ซื้อบ้าน เพราะแหล่งรายได้มีความเสี่ยงที่จะถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจได้ง่าย แม้ว่าเอสเอ็มอีหลายรายจะมีรายได้ต่อเดือนสูงยิ่งกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไป แต่ก็ถูกประเมินว่าเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง


รวมถึงปัญหาอันเกิดจากอาชีพอิสระมักมีหลักฐานทางการเงินน้อย บางครั้งรับเงินเป็นเงินสดและไม่ได้นำฝากบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดความยากลำบากในการตรวจสอบจากทางธนาคาร


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่ใช่ว่าธนาคารจะปฏิเสธรับคำขอสินเชื่อบ้านแต่ต้น โดยผู้กู้ที่ต้องการกู้บ้านสามารถติดต่อสอบถามทางธนาคารที่สนใจได้เพื่อรับคำแนะนำในการเตรียมตัว แต่โดยทั่วไปแล้ว แบงก์จะขอให้ยื่นหลักฐานที่รับรองรายได้ของเรา เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ 50 ทวิ สำหรับชาวฟรีแลนซ์ที่รับเงินเป็นงวดๆ จากผู้จ้างงาน ซึ่งควรจะมีแสดง 6 เดือนย้อนหลัง หรือหลักฐานการเสียภาษีประจำปี รวมไปถึงหลักฐานการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนว่ามีการนำเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ


ทั้งนี้ มีบางธนาคารที่มีการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระเหล่านี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้เตรียมตัวเรื่องหลักฐานมาก่อนกู้ซื้อบ้าน เช่น ธ.ออมสิน จะมีเจ้าหน้าที่ประจำสาขาที่ให้คำแนะนำวิธีการเดินบัญชีเพื่อวัดสภาพคล่องเป็นเวลา 6 เดือน และการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นกู้


ดังนั้นหากมีอาชีพอิสระควรตรวจสอบเกณฑ์แต่ละธนาคารว่าต้องการหลักฐานใดบ้าง และอาจต้องเตรียมตัวเก็บเอกสารทางการเงินให้พร้อมมากกว่าอาชีพอื่นๆ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ (สามารถดูรายละเอียดฟรีแลนซ์ ก็กู้บ้านได้ผ่านง่าย ไม่ยาก)

4.อาชีพพิเศษ (กลุ่มวิชาชีพเฉพาะ)

สิทธิพิเศษสำหรับอาชีพเหล่านี้ที่มีความมั่นคงสูงและรายได้ค่อนข้างดีจนถึงดีมาก ธนาคารหลายแห่งมีแพ็คเกจสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ย(ถูก)พิเศษเพื่อจูงใจกลุ่มคนอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ “วงการแพทย์” ให้มาใช้บริการกับธนาคาร อาชีพที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และเภสัชกร โดยบางแห่งจะรวมนักกายภาพบำบัด และนักเทคนิคการแพทย์ไว้ด้วย โดยธนาคารที่เปิดสินเชื่อบ้านสำหรับอาชีพพิเศษ เช่น ธ.กรุงศรีอยุธยา ธ.กรุงเทพ และธ.ไทยพาณิชย์
นอกจากนี้ ยังมีอาชีพอื่นที่ติดทำเนียบอาชีพพิเศษในบางธนาคาร ได้แก่ “นักบินพาณิชย์” มีระบุในแพ็คเกจพิเศษของ ธ.กรุงศรีอยุธยา และ ธ.กรุงเทพ

“วิชาชีพผู้พิพากษาและอัยการ” ซึ่งสามารถใช้สิทธิพิเศษที่ ธ.กรุงเทพ และธ.ไทยพาณิชย์ รวมถึง “อาจารย์มหาวิทยาลัย” ในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป ก็มีสิทธิพิเศษกับธ.ไทยพาณิชย์เช่นกัน
มาดูความคุ้มค่าของการเลือกแพ็คเกจสินเชื่อบ้านสำหรับอาชีพพิเศษ


ตัวอย่างที่ 1 ธ.กรุงศรีอยุธยา สินเชื่อบ้านสำหรับอาชีพพิเศษ มีให้เลือก 4 ทางเลือก โดยมีดอกเบี้ยเฉลี่ยตั้งแต่ 4.51%-4.63% ขณะที่หากเป็นลูกค้าทั่วไป สินเชื่อบ้านสำหรับที่อยู่อาศัยวงเงินกู้ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.96%-6.45% และลูกค้าทั่วไปที่กู้ซื้อวงเงิน 5 ล้านบาทขึ้นไป จะมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 4.98%-6.35%


ตัวอย่างที่ 2 ธ.กรุงเทพ สินเชื่อบ้านสำหรับอาชีพพิเศษ มีให้เลือก 4 ทางเลือก โดยมีดอกเบี้ยเฉลี่ยตั้งแต่ 4.50%-4.66% ขณะที่หากเป็นลูกค้าทั่วไปในโครงการจัดสรรที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับธนาคาร สินเชื่อบ้านบัวหลวงจะมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตั้งแต่ 5.45%-7.00% ขึ้นอยู่กับมูลค่าวงเงินกู้


เห็นได้ว่า แพ็คเกจการกู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่แล้วอาชีพพิเศษจะได้รับดอกเบี้ยที่ถูกกว่า อาชีพพิเศษจึงสามารถตรวจสอบแพ็คเกจสินเชื่อบ้านในธนาคารต่างๆ ข้างต้นเพื่อให้ได้ตัวเลือกที่ดีที่สุด


แต่ละธนาคารมีแนวทางและหลักเกณฑ์การปล่อยกู้สินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อคิดว่าจะกู้ซื้อบ้านกับธนาคารไหนดี จึงไม่ควรลืมพิจารณาเรื่องอาชีพของตนเองจับคู่กับธนาคารที่ใช่ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติและได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด


Cr. ddproperty